ท่านยสะผู้ตั้งมั่นในความเบื่อหน่าย อุทานถึงความวุ่นวายขัดข้อง พระพุทธองค์มองเห็นอยู่จึ่งเรียกมา แสดงอนุปุพพิกถาทั้ง5 ทานกถา-สีลกถา-สัคคกถา โทษของกามาและอานิสงส์ในความออกจากกาม ท่านยสกุลบุตรฟังความให้ปราศธุลี มีจิตเบิกบานผ่องใส จึงทรงแสดงทุกข์-สมุทัย-นิโรธ-มรรค ฉะนี้
- ภัททวัคคีย์
สหายภัททวัคคีย์ทั้ง30พร้อมคู่ แต่ท่านหนึ่งอยู่ในนี้ไม่มีภรรยา จึงพาหญิงแพศยามาบำเรอ เมื่อเผลอก็ลักเครื่องประดับหนีไปในไพรสณฑ์ ทั้ง30คนจึงช่วยตามหา ได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงเข้าเฝ้าแล้วไต่ถาม
ภัท. พระผู้มีพระภาคเห็นหญิงบ้างไหมเจ้าข้า?
ภ. ดูกรกุมารทั้งหลาย พวกเธอสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ข้อที่พวกเธอแสวงหาหญิงหรือแสวงหาตนนั้น อย่างไหนเป็นความดีของพวกเธอเล่า?
ภัท. ข้อที่พวกข้าพระองค์แสวงหาตนนั่นแล เป็นความดีของพวกข้าพเจ้า เจ้าข้า.
ภ. ดูกรกุมารทั้งหลาย ถ้าอย่างนั้นพวกเธอนั่งลงเถิด เราจักแสดงธรรมแก่พวกเธอ.
ครั้นแล้วพระพุทธองค์ก็ทรงแสดงอนุปุพพิกถา นี้แล
- ชฎิล 3 พี่น้อง
ชฎิล3พี่น้องนี้ พระชินสีห์ทรงแสดงปาฏิหาริย์ อ่านใจชฎิลแล้วจึ่งแจ้งว่า ปฏิปทาของท่านนั้น จะเป็นเหตุให้ถึงอรหันต์นั้นมีไม่ ชฎิลสลดใจซบเศียรที่พระบาท ขอพระโลกนาถอุปสมบทบรรพชา ครั้นถึงเวลาพระผู้มีพระภาคก็รับสั่ง ความว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งทั้งปวงเป็นของร้อน ก็อะไรเล่าชื่อว่าสิ่งทั้งปวงเป็นของร้อน?
ดูกรภิกษุทั้งหลาย จักษุเป็นของร้อน รูปทั้งหลายเป็นของร้อน วิญญาณอาศัยจักษุเป็นของร้อน สัมผัสอาศัยจักษุเป็นของร้อน ความเสวยอารมณ์ เป็นสุขเป็นทุกข์ หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ ที่เกิดขึ้นเพราะจักษุสัมผัสเป็นปัจจัย แม้นั้นก็เป็นของร้อน ร้อนเพราะอะไร?
เรากล่าวว่า ร้อนเพราะไฟคือราคะ เพราะไฟคือโทสะ เพราะไฟคือโมหะ ร้อนเพราะความเกิด เพราะความแก่และความตาย ร้อนเพราะความโศก เพราะความรำพัน เพราะทุกข์กาย เพราะทุกข์ใจ เพราะความคับแค้น.
โสต ฆานะ ชิวหา กาย มนะ ก็ทำนองเดียวกัน
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้ฟังแล้วเห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในจักษุ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในรูปทั้งหลาย ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในวิญญาณอาศัยจักษุ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในสัมผัสอาศัยจักษุ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในความเสวยอารมณ์ ที่เป็นสุข เป็นทุกข์ หรือมิใช่ทุกข์มิใช่สุข ที่เกิดขึ้นเพราะจักษุสัมผัสเป็นปัจจัย
โสต ฆานะ ชิวหา กาย มนะ ก็ทำนองเดียวกัน
เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมสิ้นกำหนัด เพราะสิ้นกำหนัด จิตก็พ้น เมื่อจิตพ้นแล้ว ก็รู้ว่าพ้นแล้ว อริยสาวกนั้นทราบชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นอีกเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่มี.
- อาทิตตปริยายสูตร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น