วันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2559

คำสอนแห่งพระนิพพาน - อวิชชา

ลำดับต่อไปจะแสดง ถึงแหล่งอวิชชาและวิชชาตามพระสูตร ความว่า


ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯลฯ ครั้นแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกว่า อวิชชา อวิชชาดังนี้ อวิชชาเป็นไฉนหนอแล และบุคคลเป็นผู้ประกอบด้วยอวิชชาด้วยเหตุเพียงเท่าไร?

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรภิกษุ ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับแล้วในโลกนี้
ย่อมไม่รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า รูปมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา ย่อมไม่รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า รูปมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ย่อมไม่รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า รูปมีความเกิดขึ้นและความเสื่อมไปเป็นธรรมดา
ย่อมไม่รู้ชัดตามความเป็นจริงซึ่งเวทนา ...
ย่อมไม่รู้ชัดตาม ความเป็นจริงซึ่งสัญญา ...
ย่อมไม่รู้ชัดตามความเป็นจริงซึ่งสังขาร ...
ย่อมไม่รู้ชัดตามความเป็นจริงซึ่งวิญญาณ ...



- อวิชชาวรรค สมุทยธัมมสูตร



ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บุคคลเมื่อรู้อย่างไร เห็นอย่างไร จึงจะละอวิชชาได้ วิชาจึงจะเกิดขึ้น

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ บุคคลรู้อยู่ เห็นอยู่ซึ่งจักษุ รูป จักษุวิญญาณ จักษุสัมผัส สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะจักษุสัมผัสเป็นปัจจัย โดยความเป็นของไม่เที่ยง จึงจะละอวิชชาได้ วิชาจึงจะเกิดขึ้น

บุคคลรู้อยู่ เห็นอยู่ ซึ่งหู จมูก ลิ้น กาย  ... ใจ ธรรมารมณ์ มโนวิญญาณ มโนสัมผัส สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย โดยความเป็นของไม่เที่ยง จึงจะละอวิชชาได้ วิชาจึงจะเกิด [อวิชชา ย่อมละได้ด้วยสามารถแห่งอนิจจลักขณะและอนัตตลักขณะนั่นเอง]

ดูกรภิกษุ บุคคลรู้อยู่อย่างนี้ เห็นอยู่อย่างนี้แล จึงจะละอวิชชาได้ วิชาจึงจะเกิด ฯ



- อวิชชาสูตร
- แม้ใน ปหานสูตร ก็มีใจความเดียวกัน
[- อรรถกถาปฐมอวิชชาปหานสูตร]


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น