ดูกรภิกษุทั้งหลาย วิโมกข์ [พ้นจากกิเลส] ๓ ประการนี้ ๓ ประการเป็นไฉน
คือ สุญญตวิโมกข์ ๑ อนิมิตตวิโมกข์ ๑ อัปปณิหิตวิโมกข์ ๑ ฯ
...
ก็วิโมกข์อันเป็นประธาน ๓ นี้แล ย่อมเป็นไปเพื่อความนำออกไปจากโลก [นิพพาน]
ด้วยความที่จิตแล่นไปในอนิมิตตธาตุ โดยความพิจารณาเห็นสรรพสังขาร โดยความหมุนเวียนไปตามกำหนด [พิจารณาด้วยอนิจจัง] ด้วยความที่จิตแล่นไปในอัปปณิหิตธาตุ โดยความองอาจแห่งใจในสรรพสังขาร [พิจารณาด้วยทุกขัง] และด้วยความที่จิตแล่นไปในสุญญตาธาตุ โดยความพิจารณาเห็นธรรมทั้งปวงโดยแปรเป็นอย่างอื่น [พิจารณาด้วยอนัตตา] ฯ
...
มัคคญาณคือปัญญาทำลายกิเลส ให้เป็นสมุทเฉทปหาร ถึงพระนิพพานด้วย1ใน3ลักษณาการนี้
เมื่อมนสิการโดยความเป็นสภาพไม่เที่ยง สังขารย่อมปรากฏโดยความสิ้นไป
จิตมากด้วยความน้อมไป ย่อมได้สัทธินทรีย์ ย่อมพ้นด้วยอนิมิตตวิโมกข์
เมื่อมนสิการโดยความเป็นทุกข์ สังขารย่อมปรากฏโดยความเป็นของน่ากลัว
จิตมากด้วยความสงบ ย่อมได้สมาธินทรีย์ ย่อมพ้นด้วยอัปปณิหิตวิโมกข์
เมื่อมนสิการโดยความเป็นอนัตตา สังขารย่อมปรากฏโดยความเป็นของสูญ
จิตมากด้วยความรู้ ย่อมได้ปัญญินทรีย์ ย่อมพ้นด้วยสุญญตวิโมกข์
- วิโมกขกถา
[ - อรรถกถาวิโมกขุเทศ ]
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น