วันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558

คำสอนแห่งพระนิพพาน - 1


อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา


พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น  เป็นพระอรหันต์ดับสิ้นซึ่งกองกิเลส  วิเศษด้วยคุณแห่งการตรัสรู้ชอบ

ข้าพเจ้านบนอบอภิวาท  แห่งพระศาสดาผู้รู้ผู้ตื่นแล้ว

พระธรรมอันวิสุทธิ์ผ่องแผ้วที่พระองค์ตรัสไว้  ข้าพเจ้าประนมไหว้น้อมนำซึ่งคำสอน

พระสมณะใดผู้อาศัยจีวรปฏิบัติดี  ข้าพเจ้ากระทำอัญชลีแด่พระสงฆ์นั้น ฉะนี้

. . .


ย้อนไปในสมัยพุทธกาล เมื่อครั้งพระพิชิตมารแสดงปฐมเทศนา ชื่อว่าธัมมจักกัปปวัตตนสูตรนี้ แด่ปัญจวัคคีย์ทั้งห้า ก็บังเกิดดวงตาเห็นธรรม ความว่า



    เทวเม ภิกขะเว อันตา ปัพพะชิเตนะ นะ เสวิตัพพา โย จายัง กาเมสุ กามะสุขัลลิกานุโยโค หีโน คัมโม โปถุชชะนิโก อะนะริโย อะนัตถะสัญหิโต โย จายัง อัตตะกิละมะถานุโยโค ทุกโข อะนะริโย อะนัตถะสัญหิโต ฯ

ภิกษุผู้ออกบวชแสวงหาความหลุดพ้น ไม่ควรปฎิบัติตน2ประการ คือ 




    การประกอบตนให้พัวพันด้วยกามสุขในกามทั้งหลาย เป็นธรรมอันเลว เป็นของชาวบ้าน เป็นของปุถุชน ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ๑

    การประกอบความเหน็ดเหนื่อยแก่ตน เป็นความลำบาก ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ๑




การแสวงหาความสุขทางกามคุณเกินไป จะทำให้จิตใจต่ำทราม หนาด้วยกิเลสกามหาใช่สิ่งประเสริฐ มีแต่จะก่อให้เกิดข้าศึกคือกิเลส ไม่เห็นเหตุแห่งสาระประโยชน์อันใด หรือการปฏิบัติแบบให้เกิดทุกข์ยากจะทนได้ ก็หาเป็นไปเพื่อประโยชน์เช่นกัน

หลักปฏิบัติอันเป็นสายกลาง อันได้แก่ทางแห่งอริยมรรค พระองค์ประจักษ์แล้วด้วยปัญญาอันยิ่ง เป็นสิ่งยังให้เกิดซึ่งญาณ เพื่อพระนิพพานนั้นแล



    อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขัง อะริยะสัจจัง ชาติปิ ทุกขา ชะราปิ ทุกขา มะระณัมปิ ทุกขัง โสกะปะริเทวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสาปิ ทุกขา อัปปิเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข ปิเยหิ วิปปะโยโค ทุกโข ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปิ ทุกขัง สังขิตเตนะ ปัญจุปาทานักขันธา ทุกขา 



ท่านกล่าวทุกขอริยสัจแด่ภิกษุทั้งหลาย ว่า"เกิด แก่ เจ็บ ตาย"ล้วนเป็นทุกข์ คลาดสุขเพราะร่ำไรรำพันโศรกเศร้า พบเอาสิ่งที่ไม่เป็นที่รักหรือคับแค้นใจ พลัดพรากไปจากสิ่งที่เป็นที่รักที่ชอบ กอปรกับไม่ได้สิ่งที่ปรารถนา ว่าโดยย่อก็อุปาทานเบญจขันธ์ เพราะยึดมั่นว่าเป็นอัตตาตัวเรา

    เหตุให้เกิดทุกข์-สมุทัย-นี้ คือมีความอยากเกินไป มัวเพลิดเพลินในสิ่งที่ก่อให้เกิดความกำหนัด


    นิโรธคือความดับทุกข์อย่างเที่ยงแท้ ไม่แส่ส่ายไปหากำหนัด หมดเครื่องร้อยรัดจากตัณหา

    ทุกขโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ คือข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์อย่างแท้จริง

 
 ธัมมจักกัปปวัตนสูตร


ครั้นเมื่อถึงเดือน8แรม5ค่ำ ปัญจวัคคีย์สดับพระธรรมเทศนา ชื่อว่าอนัตตลักขณสูตรนั้น ก็บรรลุเป็นพระอรหันต์พร้อมกัน ความว่า



    ภิกษุทั้งหลายรูปเป็นอนัตตา ถ้ารูปนี้จักได้เป็นอัตตาแล้ว รูปนี้พึงแคล้วอาพาธ หรือประกาศว่ารูปของเราจงเป็นอย่างนี้ อย่าได้มีได้เป็นอย่างนั้นเลย

ก็เพราะรูปเป็นอนัตตา รูปจึงเป็นมาเพื่ออาพาธ ไม่อาจกล่าวได้ว่ารูปของเราจงเป็นอย่างนี้ อย่าได้มีได้เป็นอย่างนั้นเลย



    ภ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน รูปเที่ยงหรือไม่เที่ยง?
    ป. ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า.
    ภ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า?
    ป. เป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าข้า.
    ภ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือจะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตนของเรา?
    ป. ข้อนั้น ไม่ควรเลย พระพุทธเจ้าข้า.



    ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล รูปอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ภายในหรือภายนอก หยาบหรือละเอียด เลวหรือประณีต ไกลหรือใกล้ ทั้งหมดก็เป็นแต่สักว่ารูป เธอทั้งหลายพึงเห็นรูปนั้นด้วยปัญญาอันชอบตามเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตนของเรา.
 


แม้ว่าเวทนาและสัญญา หรือว่าสังขารและวิญญาณก็เหมือนกัน ฉะนี้


- อนัตตลักขณสูตร

 ☺☺☺☺☺

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น