[๑๔๖] สฺวาคตํ นาปคตํ นยิทํ ทุมฺมนฺติตํ มม
ปวิภตฺเตสุ ธมฺเมสุ ยํ เสฏฺฐํ ตทุปาคมินฺติ ฯ
ปิลินฺทวจฺโฉ เถโร ฯ
[๑๔๖] ได้ยินว่า ท่านพระปิลินทวัจฉเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า การที่เรา
มาสู่สำนักของพระศาสดานี้ เป็นการมาดีแล้ว ไม่ไร้ประโยชน์ การที่
เราคิดไว้ว่าจักฟังธรรมในสำนักของพระผู้มีพระภาคแล้วจักบวช เป็น
ความคิดที่ไม่ไร้ประโยชน์ เพราะเมื่อพระผู้มีพระภาคทรงจำแนกธรรม
ทั้งหลายอยู่ เราได้บรรลุธรรมอันประเสริฐแล้ว.[๑๕๓] ยถาปิ ภทฺโท อาชญฺโญ นงฺคลาวตฺตนี สิขี คจฺฉติ อปฺปกสิเรน เอวํ รตฺตินฺทิวา มม คจฺฉนฺติ อปฺปกสิเรน สุเข ลทฺเธ นิรามิเสติ ฯ เพลฏฺฐสีโส เถโร ฯ
[๑๕๓] โคอาชาไนยผู้สามารถเทียมไถแล้ว ย่อมลากไถไปได้โดยไม่ลำบากฉันใด
เมื่อเราได้ความสุขอันไม่เจือด้วยอามิส คืนและวันทั้งหลายย่อมผ่านพ้นเราไปโดยยาก ฉันนั้น.[๑๗๐] ยถาปิ เอกปุตฺตสฺมึ ปิยสฺมึ กุสลี สิยา เอวํ สพฺเพสุ ปาเณสุ สพฺพตฺถ กุสโล สิยาติ ฯ โสปาโก เถโร
[๑๗๐] บุคคลพึงมีเมตตาในคนเดียวผู้เป็นที่รัก ฉันใด ภิกษุพึงมีเมตตาในสัตว์
ทั้งปวงในที่ทุกสถาน ฉันนั้น.